เปิดข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติเบื้องต้นที่น่าสนใจ

เปิดข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติเบื้องต้นที่น่าสนใจ

ในสภาพเหตุการณ์ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการเปิดโอกาสให้กับชาวต่างชาติเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทได้ เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากชาวต่างชาติเหล่านี้มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเงินทุนมากที่จะนำมาลงทุนและหาประโยชน์ในด้านธุรกิจในประเทศไทย 

ดังนั้นการเริ่มต้นธุรกิจที่มีการจัดตั้งและ จดทะเบียนบริษัท เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย สำหรับบริษัทจำกัดจะต้องมีผู้ร่วมลงทุน หรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 คน ซึ่งสามารถทำการขอจดทะเบียนบริษัทได้ตามปกติ แต่ที่มักเกิดคำถามอยู่บ่อยครั้ง คือเรื่องของการ จดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติ จะแตกต่างจากปกติหรือไม่ โดยในวันนี้จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง 

หลักการจดบริษัทจำกัดที่มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ

ตามหลักการของบริษัทจำกัด หากมีผู้ถือหุ้นเป็นคนสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่สัญชาติไทย การ จดทะเบียนผู้ถือหุ้นต่างชาติ จะคล้ายกับกรณีที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนสัญชาติไทย แต่การขอจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติของบริษัทจำกัด มี 2 กรณีด้วยกัน คือ 

1.ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% และสามารถประกอบธุรกิจต่างๆ ตามกฎหมายได้ 

2.บริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้น 50% ขึ้นไป จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ 

นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขธุรกิจที่กำกับเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาชีพพื้นฐานและความเป็นอยู่ของคนไทย โดยไม่อนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจด้วยเหตุผลพิเศษ ดังนี้

1.การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน

2. การเลี้ยงสัตว์

3.การทำป่าไม้และการแปรรูปไม้จากป่าธรรมชาติ

4.การทำประมงเฉพาะการจับสัตว์ในน่านน้ำไทย

5.การสกัดสมุนไพรไทย

6.การค้าที่ดิน (สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

การขอจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติ มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

เนื่องจากสัดส่วนผู้ถือหุ้นในคนไทยและชาวต่างชาติมีความแตกต่างกัน ดังนั้นเงื่อนไขสำหรับเพื่อขอจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติ ประกอบด้วย

1.กรณีต่างชาติเป็น “กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม” คือสามารถทำการแทนบริษัทในการลงนามเอกสารต่างๆ ถึงแม้จะไม่ได้มีสัดส่วนในหุ้นของบริษัทเลยก็ได้ ทางกฎหมายบังคับให้ผู้ถือหุ้นคนไทย ต้องแสดงบัญชีเงินฝากให้ตรงกับจำนวนที่นำมาลงทุนหุ้นคือตามสัดส่วนที่ตนเองถือหุ้นอยู่ ให้สอดคล้องกับเงินลงทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว

2.สำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติที่เข้ามาเป็นกรรมการ ทั้งแบบเป็นกรรมการทั่วไปและแบบกรรมการผู้มีอำนาจ หรือเข้ามาเป็นพนักงานภายในบริษัท จะต้องมี WORK PERMIT รวมถึงต้องมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อชาวต่างชาติหนึ่งคน โดยชำระมูลค่าหุ้นเต็ม โดยจะต้องมีสัดส่วนคนไทยทำงานด้วย 4 คน ต่อผู้ถือหุ้นที่เป็นกรรมการหรือเข้ามาทำงานให้บริษัท 1 คน ตลอดจนบริษัทต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

3.ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติตั้งแต่ 1 หุ้นขึ้นไป ทางฝั่งผู้ถือหุ้นคนไทยทุกคนจะต้องแสดงบัญชีเงินฝาก โดยให้ทางธนาคารทำหนังสือรับรองเงินฝากของผู้ถือหุ้นคนไทยทุกคน โดยยอดเงินฝากห้ามน้อยกว่าเงินลงทุนในกิจการตามสัดส่วนที่ตนเองถือหุ้น เพื่อไว้ใช้แสดงที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตอนไปจัดตั้งจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติ

การขออนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ

สำหรับการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ สามารถยื่นขอได้ทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลได้ ในระหว่างที่เตรียมเอกสารต่างๆ ผู้ประกอบการต้องทำการจัดตั้งบริษัท และสามารถดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่อได้หลังจากจองชื่อบริษัทแล้ว ดังนี้

1.ทำการจองชื่อบริษัท โดยชื่อจะต้องไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบริษัทที่เคยจดทะเบียนไปแล้ว หลังจากจองชื่อได้แล้ว จะต้องยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ภายใน 30 วัน หากยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิช้ากว่านั้นต้องทำการจองชื่อใหม่ ซึ่งสามารถใช้ชื่อเดิมในการจองได้ ถ้าหากยังไม่มีบริษัทอื่นๆ นำไปใช้ก่อน

2.บุคคลซึ่งเป็นผู้ก่อการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (กฎหมายใหม่ ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีผลบังใช้วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566) เข้าชื่อกันจัดทำคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ และเอกสารประกอบแล้วนำไปจดทะเบียน

3.เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่คิดจะจัดตั้งขึ้นนั้น มีผู้เข้าชื่อจองซื้อหุ้นจนครบ

4.ดำเนินการประชุมจัดตั้งบริษัท โดยต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม

5.เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัทและแต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป

6.กรรมการบริษัทจัดการเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้จองหุ้น ชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น

7.เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องทำคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัท และนำเอกสารประกอบไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน หลังจากการประชุมตั้งบริษัท ได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  บทสรุป การ อจดทะเบียนบริษัท ผู้ถือหุ้นต่างชาติ มีความแตกต่างกับการจดทะเบียนบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมด ดังนั้นเงื่อนไขในการพิจารณาจะต้องมีความละเอียดรอบครอบอย่างถี่ถ้วนในหลายๆ จุด ด้วยเหตุนี้ควรหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็วแนะนำให้ใช้บริการสำนักงานบัญชีที่มีคุณภาพได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการจัดทำ การให้ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น