แนะวิธีการทำ หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ถูกต้อง

แนะวิธีการทำ หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ถูกต้อง

เมื่อนิติบุคคลมีการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ผู้จ่ายเงินจะต้องมีการหัก ภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราภาษีต่างๆ (สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ ที่นี่

นอกจากนี้จะต้องออก หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ก่อนชำระเงินให้แก่ผู้รับ โดยผู้รับหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย จะใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษี 

โดยผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องกรอก หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ให้ถูกต้อง และส่งเอกสารนี้ไปยังผู้รับเงิน รายละเอียดทั้งหมดในเอกสารต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย มิฉะนั้นจะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ 

ทำไมต้องทำ หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย

หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย เป็นหนังสือที่ผู้จ่ายเงินที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้ทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ แล้วออกให้กับผู้รับเงินทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อเป็นหลักฐานในการหักภาษีประจำปี 

โดยการออก หนังสือรับรองการการหัก ณ ที่จ่าย อย่างน้อยต้องมีข้อความตามแบบที่อธิบดี กรมสรรพากรกำหนด ให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 2 ฉบับมีข้อความตรงกัน โดยหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ต้องมีข้อความด้านบนแต่ละฉบับ ดังนี้ ฉบับที่ 1 มีข้อความว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ” ฉบับที่ 2  มีข้อความว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน” 

ซึ่งบริษัทผู้จ่ายเงินจะต้องเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานด้วยอีก 1 ฉบับ พร้อมกับต้องลงบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายในส่วนนี้ด้วย และยื่นแก่กรมสรรพากร ซึ่งโดยปกติแล้วสำหรับบริษัทเปิดใหม่ มักนิยมส่งเอกสารต่างๆ รวมถึง หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ให้สำนักงานบัญชีเป็นผู้ทำบัญชี ลงรายละเอียดต่างๆ ให้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาต้องยื่นภาษีสรรพากร

ขั้นตอนการทำ หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย

1.ให้จัดทำเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ แต่ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศอื่นต้องมีคำแปลภาษาไทยกำกับ ส่วนตัวเลขให้ใช้เลขไทยหรือเลขอารบิก ในส่วนหมายเลขลำดับของหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย และหมายเลขลำดับของเล่ม

2.ให้จัดทำสำเนาคู่ฉบับ เป็นฉบับที่ 3 นอกเหนือจาก 2 ฉบับที่ออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว แต่ชำรุด สูญหาย ให้ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย โดยการออกใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี

3.รายการประเมินเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย จะระบุเฉพาะประเภทเงินได้พึงประเมินที่จ่ายซึ่งได้หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยจะไม่ระบุประเภทเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

4.ในกรณีที่ออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน แล้วมีการหักเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกองทุนสงเคราะห์ สามารถระบุจำนวนเงินที่หักเข้ากองทุนดังกล่าวในแต่ละปีในหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายได้

5.การลงชื่อของผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย จะใช้วิธีประทับลายมือชื่อด้วยตรายาง หรือจะพิมพ์ลายมือชื่อโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้มีการเก็บลายมือชื่อไว้ก็ได้

รายละเอียดแต่ละช่องที่ต้องกรอกในหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย มีความหมายดังนี้

1.เล่มที่และเลขที่หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย

2.รายละเอียดผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

3.รายละเอียดผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย

4.ประเภท ภ.ง.ด. ที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

5.ประเภทเงินได้พึงประเมินที่จ่าย

6.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย

7.จำนวนเงินที่จ่ายและภาษีที่หักและนำส่งไว้

8.ประเภทของการหักภาษี ณ ที่จ่าย

9.ลงลายมือชื่อผู้จ่ายเงินหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และประทับตราสำคัญของบริษัท

ช่วงเวลาในการออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย

       1.ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายทันที ตามมาตรา 3 เตรส เมื่อมีการจ่ายเงินได้พึงประเมินบางประเภท ได้แก่

-กรณีจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ถ้าผู้จ่ายเป็นธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ และบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิต

-กรณีจ่ายค่าโฆษณา

-กรณีจ่ายเงินค่าเช่า เช่น ให้เช่าทรัพย์สิน

-กรณีจ่ายเงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น ทนายความ หมอ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี 

-กรณีจ่ายเงินค่าเช่า เช่น ให้เช่าทรัพย์สิน

-กรณีจ่ายค่าจ้างทำของ

-กรณีจ่ายเงินรางวัลประกวด เช่น การแข่งขัน การชิงโชค

-กรณีจ่ายเงินได้ให้กับนักแสดง

2.กรณีหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้ออกจากงานระหว่างปี ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหัก  ณ ที่จ่าย ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ของปีถัดไปจากปีภาษีหรือภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายออกจากงานในระหว่างปีภาษี

3.กรณีหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(2) (3) (4) ได้แก่ ค่ากู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ ค่าสิทธิอย่างอื่นให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ให้ทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 

บทสรุป หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย เป็นเอกสารที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจและบุคคลที่มีรายได้ เพื่อใช้เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นผู้รับเงินและได้ทำการหักภาษีไว้แล้วอย่างถูกต้อง