ปลูกทุเรียนเสียภาษี อะไรบ้าง

จะเห็นได้ว่าผลไม้ที่มีชื่อว่าทุเรียนเป็นที่สนใจในกลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างมาก แล้วถ้าหากเป็นเกษตรกรมือใหม่เพิ่งมาปลูกทุเรียน นอกจากวิธีการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวแล้ว ในมุมของภาษีเชื่อว่ามีเกษตรกรจำนวนไม่น้อย ที่ยังมีข้อสงสัยหรือคำถามว่า หากจะ ปลูกทุเรียนเสียภาษี หรือไม่ 

และถ้าเสียภาษีจะต้องเสียภาษีในกรณีไหนบ้าง ซึ่งการขายทุเรียนในแต่ละปีก็มีรายได้ที่ไม่แน่นอน แล้วเราจะมีการจัดการภาษีอย่างไร สามารถศึกษาได้จากบทความดังนี้  

ใช้ที่ดินปลูกทุเรียนเสียภาษีที่ดินหรือไม่ 

ผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ เกษตรกรที่มีที่ดินเป็นผู้ครอบครองที่มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ก็ตาม ทั้งรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีชื่ออยู่ในทะเบียนเอกสารสิทธิหรือปรากฏเข้าครอบครอง เจ้าของที่ดิน เช่น เกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจการเกษตรที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือผู้ครอบครองและผู้ถือประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เช่น เกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจการเกษตรที่ใช้ที่ดินของรัฐ มีหน้าที่เสียภาษีที่ดิน โดยอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สามารถแบ่งได้ดังนี้

1.ที่ดินทำการเกษตรปลูกทุเรียนเสียภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา

ที่ดินมูลค่า 0 – 75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01% (ล้านละ 100 บาท)

ที่ดินมูลค่า 75 – 100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03% (ล้านละ 300 บาท)

ที่ดินมูลค่า 100 – 500 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05% (ล้านละ 500 บาท)

ที่ดินมูลค่า 500 – 1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.07% (ล้านละ 700 บาท)

ที่ดินมูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.1% (ล้านละ 1,000 บาท)

ทั้งนี้ ได้ยกเว้นภาษีที่ดินทางการเกษตรให้กับที่ดินทางการเกษตรที่เป็นบุคคลธรรมดา ได้ใช้ที่ดินในการทำการเกษตรในเขตปกครองส่วนท้องถิ่นใด จะได้รับการยกเว้นภาษีถ้าราคาประเมินที่ดินไม่เกิน 50 ล้านบาทแรกต่อเขตปกครองนั้น ส่วนที่เกินจึงค่อยนำมาคำนวณภาษีตามอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง   

2.ที่ดินทำการเกษตรปลูกทุเรียนเสียภาษีสำหรับนิติบุคคล

0-75 ล้านบาท = 0.01% (ล้านละ 100 บาท)

มากกว่า 75-100 ล้านบาท = 0.03% (ล้านละ 300 บาท)

มากกว่า 100-500 ล้านบาท = 0.05% (ล้านละ 500 บาท)

มากกว่า 500-1,000 ล้านบาท = 0.07% (ล้านละ 700 บาท)

1,000 ล้านบาทขึ้นไป = 0.10% (ล้านละ 1,000 บาท)

ปลูกทุเรียนเพื่อจำหน่าย มีขั้นตอนและภาษีอย่างไร

ผู้ที่คิดจะปลูกทุเรียนเพื่อจำหน่ายจะต้องเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของตัวเองเสียก่อนว่า เราจะปลูกทุเรียนเพื่อจำหน่ายในรูปแบบบริษัทจำกัด บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพราะรูปแบบต่างๆ ที่กล่าวมา จะมีความเกี่ยวข้องในเรื่องของภาษีทั้งสิ้น รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับระบบภาษี สามารถอธิบายได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เกษตรกรที่จะปลูกทุเรียนเพื่อการจำหน่าย จะต้องไปจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 30 วันนับแต่เริ่มประกอบกิจการ

ขั้นตอนที่ 2 เกษตรกรจะต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร เพื่อใช้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่าย

ขั้นตอนที่ 3 เกษตรกรจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยพื้นฐานแล้วผู้ที่ขายสินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูปในประเทศจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ยังสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนได้ ไม่ว่าเกษตรกรจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม

หากในกรณีเกษตรกรไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เกษตรกรจะต้องจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ในแต่ละปีเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

ภาษี 2 ประเภท ที่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนต้องเรียนรู้

นอกจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว เมื่อเกษตรกรปลูกทุเรียนขายจะมีภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องอีก 2 ประเภทหลักๆ สามารถอธิบายได้ดังนี้  

1.ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเป็นผู้ประกอบธุรกิจการเกษตรขนาดย่อมที่มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี แต่กรณีที่จะจด VAT นั้น จะเป็นธุรกิจเกษตรเพื่อการส่งออก (ส่งออกทุเรียน) ซึ่งจะได้ VAT 0% จากนั้นสามารถนำต้นทุนบางอย่างมาเครดิตภาษีซื้อ แล้วขอภาษีซื้อคืนเป็นเงินได้

2.ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีเจ้าของสวนทุเรียนจดบริษัทเป็นนิติบุคคล มีการว่าจ้างแรงงาน มีการจ่ายเงินเดือน สวัสดิการ ค่าจ้าง ซึ่งเป็นเงินที่กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงินต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งเมื่อจ่ายเงิน

แต่หากกรณีเกษตรกรขายทุเรียนให้ผู้อื่น เกษตรกรผู้ขายทุเรียนไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถึงแม้จะจดเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยกเว้นกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ 

การยื่นภาษีเงินได้ของเกษตรกรสวนทุเรียน

ภาษีเงินได้ที่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนต้องยื่นแบบแสดงรายการ ซึ่งเป็นภาษีที่ทางกรมสรรพากรประเมินและจัดเก็บ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้จากการขายทุเรียน ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) จะต้องนำรายได้หรือยอดขายก่อนหักค่าใช้จ่ายมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2 ครั้งต่อปี

– ภาษีครึ่งปี ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ของปีที่ได้รับเงิน (แบบ ภ.ง.ด.94) เพื่อเสียภาษีเงินได้ครึ่งปี (เงินได้เดือนมกราคม-มิถุนายน ของปีนั้น)

– ภาษีสิ้นปี ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ของปีถัดไป (แบบ ภ.ง.ด.90) โดยนำรายได้ก่อนหักรายจ่ายใดๆ ทั้งปีมาเพื่อรวมคำนวณภาษีทั้งปีในปีภาษีที่ผ่านมา และหักด้วยภาษีที่ได้ชำระไว้แล้วเมื่อตอนยื่นแบบครั้งแรก 

2.ภาษีเงินได้นิติบุคคล รายได้ที่เกษตรกรสวนทุเรียนได้รับทั้งปีจะต้องนำมาคำนวณภาษี โดยยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี 2 ครั้งเหมือนกัน

– ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) สำหรับรอบครึ่งปี โดยต้องยื่นและชำระภาษีภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี

– ภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบสิ้นปี โดยต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกภาษี กระทรวงการคลัง)

ดังนั้นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนควรตรวจสอบรายได้ และการเสียภาษีให้ถูกต้องตามกฎระเบียบอัตราภาษีที่กำหนดไว้ แต่หากมีข้อสงสัยหรืออยากมีผู้ช่วยให้คำแนะนำก็สามารถใช้บริการสำนักงานบัญชีได้เช่นกัน